您现在的位置是:星潮映刻 > 探索
แถลงการณ์การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ
星潮映刻2026-02-08 14:54:06【探索】8人已围观
简介แถลงการณ์การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ วันที่ 22 ธันวาคม 2568 กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซ
แถลงการณ์การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ
แถลงการณ์การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ วันที่ 22 ธันวาคม 2568 กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
ตามที่เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ ว่าด้วยสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยมี ดาโตะ เซอรี อูตามา ฮาจี โมฮามัด บิน ฮาจี ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เป็นประธาน นั้น
1. ไทยขอขอบคุณมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน ที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษครั้งนี้ ซึ่งไทยได้แสดงความพร้อมที่จะเข้าร่วมตั้งแต่ต้น ด้วยเห็นว่า อาเซียนจะสามารถมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในเรื่องนี้บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง รวมถึงขอขอบคุณความปรารถนาดีของประเทศสมาชิกอาเซียนที่ร่วมหารืออย่างสร้างสรรค์ และแสดงความประสงค์อย่างแรงกล้าให้ไทยและกัมพูชากลับสู่กระบวนการเจรจา รวมถึงผ่านกลไกทวิภาคี และดำเนินการเพื่อนำไปสู่การยุติการสู้รบทุกรูปแบบ
2. ไทยได้ใช้โอกาสนี้ ยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการบรรลุสันติภาพที่แท้จริง ยั่งยืน และตั้งอยู่บนการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ที่ผ่านมา ไทยได้ใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด แต่ไทยไม่อาจเพิกเฉยต่อการละเมิดข้อตกลงในแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ รวมถึงการวางทุ่นระเบิด ซึ่งยังก่อให้เกิดความสูญเสียและเป็นภัยต่อพลเรือนและทหารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวานนี้ (21 ธันวาคม 2568) ที่ทหารไทยสูญเสียขา เป็นครั้งที่ 8 จากการลอบวางทุ่นระเบิดใหม่ของฝ่ายกัมพูชา
3. ไทยได้ชี้แจงให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทราบถึงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและแจ้งจุดยืนของไทย โดยเฉพาะเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการที่จะนำไปสู่การหารือเพื่อลดระดับความตึงเครียดที่จะนำไปสู่สันติภาพ ได้แก่
(1) กัมพูชาจะต้องเป็นฝ่ายประกาศหยุดยิงก่อน
(2) การหยุดยิงของฝ่ายกัมพูชาจะต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง โดยจะต้องมีการตรวจสอบโดยฝ่ายทหารตามความเป็นจริงในพื้นที่ และ
(3) ฝ่ายกัมพูชาจะต้องร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดกับฝ่ายไทยอย่างจริงจัง
4. ที่ประชุมฯ ยินดีที่ทั้งสองฝ่ายจะหารือเพื่อนำไปสู่การกลับมาหยุดยิงและการยุติการเป็นปรปักษ์ โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ในวันที่ 24 ธันวาคม 2568 เพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินการ ขั้นตอน และการตรวจสอบการหยุดยิงในรายละเอียดต่อไป ทั้งนี้ สอดคล้องกับท่าทีของฝ่ายไทย ที่ย้ำว่า การหยุดยิงไม่สามารถเกิดขึ้นจากการประกาศฝ่ายเดียว ต้องเกิดจากเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ เพื่อให้การหารือที่จะนำไปสู่การหยุดยิง สะท้อนความเป็นจริงในพื้นที่และมีความยั่งยืน
5. รัฐบาลไทยพร้อมที่จะหารือบนพื้นฐานของผลประโยชน์ อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติเป็นสำคัญ ไทยยังคงปรารถนาสันติภาพ แต่สันติภาพที่ยั่งยืนจะต้องมาพร้อมกับความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนไทย ซึ่งฝ่ายไทยหวังที่จะเห็นความจริงใจของกัมพูชาที่สะท้อนผ่านการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อสันติภาพที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงสันติภาพที่อยู่บนกระดาษเท่านั้น
แถลงการณ์การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ วันที่ 22 ธันวาคม 2568 กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
ตามที่เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ ว่าด้วยสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยมี ดาโตะ เซอรี อูตามา ฮาจี โมฮามัด บิน ฮาจี ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เป็นประธาน นั้น
1. ไทยขอขอบคุณมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน ที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษครั้งนี้ ซึ่งไทยได้แสดงความพร้อมที่จะเข้าร่วมตั้งแต่ต้น ด้วยเห็นว่า อาเซียนจะสามารถมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในเรื่องนี้บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง รวมถึงขอขอบคุณความปรารถนาดีของประเทศสมาชิกอาเซียนที่ร่วมหารืออย่างสร้างสรรค์ และแสดงความประสงค์อย่างแรงกล้าให้ไทยและกัมพูชากลับสู่กระบวนการเจรจา รวมถึงผ่านกลไกทวิภาคี และดำเนินการเพื่อนำไปสู่การยุติการสู้รบทุกรูปแบบ
2. ไทยได้ใช้โอกาสนี้ ยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการบรรลุสันติภาพที่แท้จริง ยั่งยืน และตั้งอยู่บนการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ที่ผ่านมา ไทยได้ใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด แต่ไทยไม่อาจเพิกเฉยต่อการละเมิดข้อตกลงในแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ รวมถึงการวางทุ่นระเบิด ซึ่งยังก่อให้เกิดความสูญเสียและเป็นภัยต่อพลเรือนและทหารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวานนี้ (21 ธันวาคม 2568) ที่ทหารไทยสูญเสียขา เป็นครั้งที่ 8 จากการลอบวางทุ่นระเบิดใหม่ของฝ่ายกัมพูชา
3. ไทยได้ชี้แจงให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทราบถึงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและแจ้งจุดยืนของไทย โดยเฉพาะเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการที่จะนำไปสู่การหารือเพื่อลดระดับความตึงเครียดที่จะนำไปสู่สันติภาพ ได้แก่
(1) กัมพูชาจะต้องเป็นฝ่ายประกาศหยุดยิงก่อน
(2) การหยุดยิงของฝ่ายกัมพูชาจะต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง โดยจะต้องมีการตรวจสอบโดยฝ่ายทหารตามความเป็นจริงในพื้นที่ และ
(3) ฝ่ายกัมพูชาจะต้องร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดกับฝ่ายไทยอย่างจริงจัง
4. ที่ประชุมฯ ยินดีที่ทั้งสองฝ่ายจะหารือเพื่อนำไปสู่การกลับมาหยุดยิงและการยุติการเป็นปรปักษ์ โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ในวันที่ 24 ธันวาคม 2568 เพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินการ ขั้นตอน และการตรวจสอบการหยุดยิงในรายละเอียดต่อไป ทั้งนี้ สอดคล้องกับท่าทีของฝ่ายไทย ที่ย้ำว่า การหยุดยิงไม่สามารถเกิดขึ้นจากการประกาศฝ่ายเดียว ต้องเกิดจากเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ เพื่อให้การหารือที่จะนำไปสู่การหยุดยิง สะท้อนความเป็นจริงในพื้นที่และมีความยั่งยืน
5. รัฐบาลไทยพร้อมที่จะหารือบนพื้นฐานของผลประโยชน์ อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติเป็นสำคัญ ไทยยังคงปรารถนาสันติภาพ แต่สันติภาพที่ยั่งยืนจะต้องมาพร้อมกับความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนไทย ซึ่งฝ่ายไทยหวังที่จะเห็นความจริงใจของกัมพูชาที่สะท้อนผ่านการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อสันติภาพที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงสันติภาพที่อยู่บนกระดาษเท่านั้น
很赞哦!(73278)
上一篇: 海报丨中秋国庆假期将至,教育部最新通知!
热门文章
站长推荐
友情链接
- 足彩伤停:乌德勒支第1门将停赛 布兰失三大主力
- 日本多地持续强降雪已致17人死亡
- Hơn 50.000 suất quà đến với người lao động Tây Ninh dịp tết
- 怎么折纸垃圾桶,手工折纸垃圾桶
- สตาร์บัคส์ เผยรายได้ในจีน เติบโต 11% ติดต่อกันเป็นไตรมาส 3
- 市场监管总局公布十起违法广告典型案例
- 风暴之城贸易路线干什么的 风暴之城贸易路线介绍
- 福朋喜来登酒店亮相滨海旅游热门目的地舟山
- 严阵以待能硬核解救人质吗 硬核解救人质方法一览
- 不放盐味精也能炒出爆香味:农家小炒肉
- 谷歌浏览器怎么设置电脑模式
- 中秋佳节,有人出征,有人坚守!
- 恶魔秘境灰烬之子500魂地狱黑塔攻略
- 2023年四川乐山中考作文题目:材料作文
- 炉石传说刀贼卡组代码 深暗领域武器贼刀贼卡组构筑2024
- 今天(12月4日)油价调整最新消息:下周油价有望下调
- 《乱世烟雨》(游子组合演唱)的文本歌词及LRC歌词
- 外卖平台和经营者监管新规拟出台 让外卖吃得更放心
- 新华网:携水处理领域自主创新前沿技术北京科博会上引关注
- My 10 Favorite Group Vacation Destinations in the US for 2025






